In-house Training

1. หลักสูตร กลยุทธ์การตลาดเชิงรุก (Pro-active Marketing Strategy)

พฤติกรรมผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย ตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้นักการตลาดต้องพยายามหา
กลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อรักษาลูกค้าและเพิ่มลูกค้าใหม่ขึ้น จากเดิมที่องค์กรสามารถรอให้ลูกค้ามาหาเองได้แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่องค์กรต้องรุกเข้าหาลูกค้า และคว้าใจลูกค้าให้ได้ก่อนคู่แข่ง แนวทางการทำการตลาดในปัจจุบันจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปด้วย นักการตลาดต้องมองภาพที่แท้จริงของตลาดให้ชัดเจน หาเทคนิควิธีการเข้ามาเสริมหลักการตลาดเดิม ๆ ที่ใช้อยู่ วางแผนการตลาดในอนาคตที่จะต้องแยบยลและได้ผล ดังนั้น กลยุทธ์การตลาดยุคใหม่ ต้องเป็นกลยุทธ์การตลาดแบบเชิงรุกเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ก่อน ตอบสนองความต้องการได้อย่างถูกต้อง เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้แก่องค์กร เพื่อที่จะก้าวทันต่อการแข่งขัน หรือการเปลี่ยนแปลงของการตลาดในปัจจุบันอย่างได้ผล

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. เข้าใจวิธีการวิเคราะห์สภาพตลาดและคู่แข่ง

2. เข้าใจกลยุทธ์การตลาดขององค์กร

3. เข้าใจพฤติกรรมและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงต่างๆของลูกค้าในยุคปัจจุบัน

4. วิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันเพื่อวางแผนกลยุทธ์การตลาดในอนาคตได้

5. สามารถเลือกใช้เทคนิค กลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างเหมาะสมกับองค์กรและลูกค้า

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด

........................................................

 


2. หลักสูตร กลยุทธ์และเทคนิคการเจรจาต่อรอง (Negotiation Strategy and Technique)

ในการทำงาน  ผลประโยชน์ที่จะได้รับ หลายครั้งเราจะต้องใช้การเจรจาต่อรอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า การเจรจาต่อรอง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่มักจะเกิดขึ้นเป็นลำดับแรก ๆ ไม่ว่าจะในการค้าขาย การจัดซื้อ การทำงาน หรือเมื่อเราต้องประสานงานกับผู้อื่น ที่ต้องทำงานร่วมกันหรือดำเนินธุรกิจร่วมกัน การเจรจากับลูกค้า การต่อรองกับ Supplier หรือภายในองค์กรเอง ดังนั้นเพื่อความสำเร็จในการเจรจาต่อรองในแต่ละครั้ง เราต้องให้ความสำคัญตั้งแต่การเตรียมตัว การศึกษาคู่เจรจา กระบวนการในการเจรจาต่อรอง ล้วนแต่ต้องอาศัยทักษะเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการเจรจาต่อรอง หลักสูตรนี้ จะทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้การเจรจาต่อรองได้รู้วิธีการเตรียมตัว เรียนรู้เทคนิคและเกิดทักษะในการเจรจาต่อรองในสถานการณ์หรือคู่เจรจาที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กร

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. เสริมสร้างความสามารถในการเจราจาต่อรองทาง ธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ

2. สามารถเข้าใจสัญญาณความต้องการของคู่เจรจา

3. สามารถใช้เทคนิคโน้มน้าว และปิดการเจรจาได้โดยบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร ผู้จัดการและ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดหรือจัดซื้อ หรือ ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเจรจา

........................................................

 


3. หลักสูตร การบริหารงานขายอย่างมืออาชีพ (Professional Sales Management)

ปัจจุบันลูกค้ามีช่องทางและทางเลือกในการบริโภคสินค้าได้หลากหลาย แต่ช่องทางการขายใด ๆ ก็ไม่สามารถสร้างความประทับใจหรือสร้างโอกาสที่จะมัดใจลูกค้าได้ดีเท่ากับพนักงานขาย องค์กรจึงต้องมุ่งพัฒนาทีมขายให้มีประสิทธิภาพ เพราะหลายครั้งที่พบว่าลูกค้ายังคงอยู่กับองค์กรไม่ใช่เพราะคุณภาพของสินค้าหรือบริการ แต่เป็นเพราะพนักงานขาย หลักสูตรนี้จึงมีส่วนช่วยให้พนักงานขายเข้าใจแผนกลยุทธ์และเป้าหมายขององค์กร แนวทางการวางแผนกลยุทธ์โดยการรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลอย่างไรให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งเทคนิคการแก้ไขปัญหาในงานขาย ที่ต้องคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าและเป้าหมายขององค์กรในเวลาเดียวกัน

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. เรียนรู้และเข้าใจหลักการพื้นฐานของการบริหารงานขาย

2. สามารถกำหนดปัจจัยหลักที่ใช้ในการจัดทำแผนการขายที่มีประสิทธิภาพได้

3. เรียนรู้เทคนิควิธีการมัดใจลูกค้า

4. สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานและทีมขายรวมทั้งในการปฏิบัติงานให้ได้ตามแผน

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด หรือ เจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย

........................................................

 


4. หลักสูตร การบริหารลูกค้าสัมพันธ์เพื่อเพิ่มคุณค่าทางธุรกิจ (Customer Relationship Management : CRM)

ลูกค้า คือ คนสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะในสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง และ การทำตลาดแบบยุคโลกาภิวัฒน์ ต่างก็ทำทุกวิถีทางเพื่อให้สามารถดึงดูดใจลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่าให้ภักดีต่อองค์กร CRM : Customer Relationship Management (การบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์) เป็นทฤษฎีหนึ่งที่นักการตลาดรุ่นใหม่ ๆ จำเป็นต้องรู้ และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง กับวิธีการทำ CRM เนื่องจากเมื่อไรก็ตามที่องค์กรรู้จักลูกค้า เข้าใจในความต้องการของลูกค้ามากที่สุด แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ก็เท่ากับเราได้สร้างโอกาสในการรักษาลูกค้าได้มากขึ้นเช่นกัน ดังนั้น หน่วยงานที่ต้องสัมผัสกับลูกค้าทุกๆ หน่วยงานจึงจำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการบริหารลูกค้าสัมพันธ์เป็นอย่างยิ่งเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับธุรกิจและสร้างความประทับใจที่เกินความคาดหวังให้กับลูกค้า

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. เพิ่มความเข้าใจและทักษะการบริหารลูกค้าสัมพันธ์

2. เพิ่มศักยภาพทางการแข่งขัน และสร้างความได้เปรียบทางการตลาด

3. เพิ่มยอดขายสินค้าหรือบริการเนื่องจากการเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้า

4. ลูกค้าเกิดความภักดีต่อสินค้าหรือบริการ และมีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร

5. มีการแนะนำสินค้าหรือบริการต่อไปยังผู้อื่น แบบปากต่อปากในทางบวก

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด หรือ ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานกับลูกค้า

........................................................

 


5. หลักสูตร ศิลปะการบริการเพื่อสร้างความประทับใจ (Service Mind)

“การบริการ” นับเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจจะอยู่ในรูปแบบใด ขนาดใด  การมีสินค้าที่มีคุณภาพดีอย่างเดียว ไม่สามารถอยู่รอดได้ในปัจจุบัน เนื่องจากผู้บริโภคมีทางเลือกมากมายในการตัดสินใจ และมีพฤติกรรมที่จะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ผู้บริโภคกลายเป็นลูกค้าที่มีความภักดีต่อองค์กร การสร้างบริการที่ประทับใจ จึงมีบทบาทที่สำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบันแต่การบริการนั้นจำเป็นต้องใช้คนและต้องเป็นคนที่มีใจแห่งการบริการจึงจะสามารถสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น เพราะการบริการนั้นต้องออกมาจากภายในของผู้ให้บริการ หลักสูตรนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาบุคลากรที่ต้องให้บริการมีจิตใจแห่งการบริการ รู้วิธีการจัดการกับลูกค้าที่มีพฤติกรรมและปัญหาที่ต่างกัน รวมทั้งภาคภูมิใจต่อตนเองและต่องานบริการซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จในงานด้านบริการขององค์กร

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. มีความตระหนักถึงความสำคัญของการให้บริการ 
2. มีความรู้เกี่ยวกับแนวทางการให้บริการและการสร้างบริการที่ ประทับใจตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง 
3. มีทักษะในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเกี่ยวกับงานบริการ
4. มีการพัฒนาบุคลิกภาพ และทัศนคติในการปฏิบัติงานบริการ 
5. มีความรู้เกี่ยวกับการประสานงานภายใน เพื่อสร้างบริการที่ประทับใจแก่ลูกค้า

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือ ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริการ

........................................................

 


6. หลักสูตร การบริการสู่ความเป็นเลิศ (Service Excellence)

ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีในการผลิตที่พัฒนาขึ้นทำให้สินค้าไม่มีความแตกต่างกันมากนัก จึงทำให้องค์กรต่าง ๆ ยิ่งลำบากมากขึ้นทุกทีในการสร้างความสำเร็จจากการตั้งราคา หรือ คุณภาพของสินค้าและบริการหลายครั้งที่ลูกค้าหันไปทำการค้ากับคู่แข่งเพราะการบริการที่ไม่ดี และลูกค้าต่างก็เรียกร้องการบริการที่ดีขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จะมัดใจลูกค้าไม่ให้ไปจากองค์กรได้ คือ คุณภาพการบริการ การบริการอันเป็นเลิศ จากบุคลากรที่มีใจบริการ และก็คงถึงเวลาแล้วที่องค์กรควรหันมาให้ความสำคัญต่อการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันจากบริการที่เหนือชั้น โดยการพัฒนาบุคลากรด้านบริการให้มีทัศนคติที่ดีต่อการบริการ มีบุคลิกภาพ และพฤติกรรมที่พร้อมจะบริการ ให้สอดคล้องกับคำที่ว่า ลูกค้าคือคนที่สำคัญที่สุด ซึ่งหลักสูตรนี้จะช่วยให้บุคลากรสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเป็นปัญหาในการบริการ และประสานงานกันในการทำงานเพื่อการบริการที่ดีและมีความพร้อมในการบริการอยู่เสมอ

ประโยชน์ที่ผู้อบรมได้รับ

1. มีความเข้าใจธรรมชาติและความคาดหวังของผู้รับบริการ และตอบสนองต่อความต้องการนั้นๆอย่างตรงจุด

2. สามารถออกแบบวิธีการบริการที่ตรงตามความต้องการของลูกค้า

3. เกิดจิตสำนึก ทัศนคติที่ดีและมีความภาคภูมิใจในการเป็นผู้ให้บริการ

4. สามารถพัฒนาแนวความคิดในการบริการที่ดี และปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพ ให้เหมาะสมกับงานบริการ เพื่อจะนำไปสู่การพัฒนาความเป็นเลิศในคุณภาพงานบริการอย่างยั่งยืน

ระยะเวลาอบรม 1 วัน

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม : ผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือ ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริการ

........................................................